Back 2 Blog

“Do you wanna join us for Stockhlom Triathlon Wancheeers!”
อยู่ๆ Mio หรือ ไอ้เหมียว ผัวชาว Swedish ของผมก็ ถามมาดื้อๆ

ผมเลยลอง Search ลองเซ็คดูว่าระยะมันจะโหดขนาดไหน
โอ้ววว ระยะนี้ Olympic [ว่ายน้ำ 1.5 / ปั่น 50 / วิ่ง 10 โล] ระยะนี้ สบายๆ ผมผ่านมาหลายงานละ แค่นี้สบายมาก

และถือโอกาส พาเมียที่เคารพ เที่ยวไปด้วยเลย ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ลาแม่งยาวๆ กันไปเลย ปักหมุดไว้ 21 วัน Leave without Paid ซะเพราะ ถ้าลางานขนาดนี้ไม่ทำงั้น โดนด่าเบิง

21 วันนี้ วางแผน กันว่าจะเที่ยว ทั้ง Stockholm เลยตะเลิด ไป Norway ด้วยการ ขอยืมรถ พ่อไอ้ Mio ขับตะเลิดเข้า Norway โดยมีจุดหมายที่ เมือง Bergen หนทางนั้นยาวนาน และ นั่งรถเจ็บตูดมากมาย แต่เอาวะ ข้างทางสวย ยังไงก็คุ้มละวะ

เส้นทางทั้งหมดถูกออกแบบโดย Hippy ชาว Swedish คุณ Gustaf หรือ กัสจัง ที่โดยคนไทยอย่างผมวาง concept ไว้ว่า“SlowLife” + “Hipster” [เอาไว้ใช้ประชดเท่านั้น] เปิด Google ดูรูปปักมุด จุดหมายหลักคือรูปพวกนี้….

f03

เริ่ดเนอะ!

ช่วงสิงหาคมที่จะไปเป็นช่วง summer ของ sweden
ซึ่งคราวนู้น เมื่อ 5 ปีก่อนผมไปตอน ตุลาคม โคตรพ่อโคตรแม่หนาวเลยครับกร่อยมาก คราวนี้ต้องขอจัดเต็มๆ ตาม summer ของเค้าหน่อยเหอะ

นี่เป็น Route ที่เดินทาง ทั้งหมด ต้องบอกก่อนนะครับว่า นี่ไม่ใช่ เส้นทางท่องเที่ยวเลยย เป็นเส้นทางของ Hippy Swedish ที่ใช้เที่ยวข้ามประเทศ เท่านั้น 555555  ห้ามเลียนแบบถ้าลางานมาไม่เยอะพอ

map1

นั่งเครื่อง กว่า 10 ชั่วโมงจากบ้านเราไปลง Stockholm แล้วต่อรถไฟ นั่งรถบัส ไปลงยัง เมือง Åsensbruk เมืองที่พ่อไอ้เหมียวอยู่ เพื่อไปเอารถแล้ว พุ่งต่อไปยัง Norway -Bergen ต่อไป

05

Åsensbruk เป็นเมืองเล็กๆ มีคนอยู่ แค่ 200 กว่าคน เหงาและเปล่าเปลี่ยวจิตใจเป็นที่สุด แต่ มีเสน่ห์ ในตัวของมันเอง เมืองเล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาปหลายจุด กิจกรรม ตอนอยู่ที่นี่ ไม่มีไรมากครับ ปั่นจักรยานเล่น กินเบียร์ เล่นน้ำ  ซ้อมวิ่ง นั่งคุยกัน ใช้ชีวิตไปตาม concept ที่วางไว้

02

พ่อใจดีมาก แกทำอาหารสวีเดน หน้าตาเหมือน ลาซานญ่า โคตรอร่อย ผมนี่กินแบบไม่เกรงใจเลยครับ ^^  อาหารที่นี่เน้น ขนมปัง ซีส สลัด ล้วนๆ ณ.จุดนั้น คิดถึง ข้าวเหนียวบ้านเรามากเบย…พักอยู่นี่ คืนเดียว แล้วเอารถเตรียมไปต่อรอบต่อไป….

01

04

ได้รถแล้วก้อพุ่ง มุุ่งหน้าต่อไป Bergen-Norway ต่อ โดยมีคุณ กัสจัง เป็นพลขับ..ระยะทางขับรถแบบ slowlife ก็ประมาณ 2-3 วัน ตามปกติขับกันวันเดียวก็ถึงแล้ว

กะจะนอนเตนท์ กับ นอนในรถ ใช้ชีวิตแบบ Hippy ซะหน่อย แต่พอเอาเข้าจริงๆ summer บ้านเค้า ตอนกลางคืนแม่งหนาวโคตรๆ บวกกับอยู่ในป่าเขาอีก ยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่ ไอ้เราก็จัดเสื้อผ้ามาแบบ Summer เป็นไงละ [ไม่ต้องสงสัย ถ้าเห็นรูปต่อๆไปนี้ ว่าผมใส่เสื้อซ้ำๆกัน เพราะเอาเสื้อมาน้อย และไม่ค่อยได้อาบน้ำเท่าไร ^^] หนาวชิบหาย เสือกกางเตนท์นอนข้างลำธารอีก T_T

b01-111

คืนแรกๆ ครับ ซ่าข้าว..ไม่เน้น ขนทั้ง wine และ เบียร์ ซัดกันหนาวแต่ผลที่ได้คือเมาชิบหาย ตามstyle ครับตื่นมาจำห่าไรไม่ได้เลย แผลเต็มตัว  ล่อเอาพลขับ Hangover ไปเกือบครึ่งวัน ขับรถไม่ได้ ทนทรมานได้อยู่แค่ 1 คืน จำเป็นต้องหาที่พักแบบ camping กว่าจะไปถึง Bergen  และรอดพ้นชีวิตแบบ hippy นั้น เรียกว่า “หนาวไข่ฝ่อ” ไปได้อย่างหวุดหวิด

b022

ก่อนมาถึง Bergen มีจุดเปลี่ยนนิดนึง คือจาก จุดหมายที่เราจะไปตาม Google Map นั้น….ไกด์ชาว Swedish บอกว่า เราปัก GPRS กันผิดทาง ถ้าจะไปเที่ยวที่เหมือนรูปใน google  ต้องไปอีกเมืองแล้วต้องเดินขึ้นเขาไปอีกเกือบครึ่งวัน และทางนั้นยิ่งกว่า ขึ้นภูกระดึงอีก  อ้าวววมึงงงง.. ทำไงได้ ต้องเลยตามเลย จะตีรถกลับก็ไม่ไหว ไกลเกิน  เที่ยวเท่าที่ไปได้ละกัน แต่ยังยึด concept  “SlowLife”  ตามเดิม คือไม่มีแผนซีเรียสไง นึกอยากจะไปไหน นอนตรงไหน ก้อจัดเลย…“ฮิปสะเตอร์ สะตายยย”

b03

และนี่เป็นครั้งแรกของผมที่ได้สัมผัสหิมะ  เรียกว่า “ต้องขอลองแดกดูสักครั้ง” และไม่เอาอีกแล้ว หนาวโหดร้ายเกินกว่าที่คนหัวล้านอย่างผมจะรับมือไหว

ระหว่างทางที่จะไป Bergen นั้นวิวข้างทาง ก็สวย ดูกันตามธรรมชาติบ้านเค้ามาเต็มๆ น้ำตกนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ  สะอาดและเต็มมาก เพราะมันละลายมาจากหิมะตรงๆเลย ผมพลาดไปหลายวิว เพราะต้องนอน ไม่งั้นเมารถ ลงมาอ๊วกแตกไปรอบนึง ปกติจะชิงเมาก่อนเมารถ แต่คราวนี้ มากะเมียไง จะเมาอยู่ตลอดเดี๋ยวโดนด่า ^^

06

มาถึง Bergen อากาศดันไม่เป็นใจอีก ฝนเสือกตก ท้องฟ้ามืด ครึม วิวน้อยด้วย ดูกร่อยๆ เลยเดินในเมืองแป๊บเดียวแล้วรีบกลับ ทะลึ่งอยากจะมีครั้งนึงในชีวิต นั่งกินข้าวชิวล์ๆ จิบเบียร์ ในร้านอาหารในยุโรปสุด  สั่งเบอร์เกอร์ 4 คน เบียร์ 2 จาก Norway 2 แก้ว ยี่ห้อไรจำไม่ได้ เช็คบิลมา  5,500 ครับ ………………………. เพลินมากกกก  สลัด! แต่ประสพการณ์สำคัญสุดครับ เงินทองหาใหม่ได้! ใช่มั้ย?????   แนะนำ สาวๆหาผัวเป็นคน Norway นะ แม่งรวยกันจริงๆ

07

พอกันที่ Norway ระหว่าง Bergen กลับไปบ้านพ่อตา ที่ Åsensbruk เพื่อเอารถไปคืน เราใช้อีกเส้นทางนึง วิวสวยงามมากๆ หิมะเริ่มค่อยละลาย แต่ยังคงมีให้เห็น แต่ผมนั้นไม่อยากจะเห็นละ แม่งหนาวสลัด T_T

ผ่านเส้นทางของการแข่ง Norseman Xtreme Triathlon ในฝันของผม ที่เค้าว่า โหดที่สุดของ Norway อีกด้วย

b04-1

กลับมาถึง Åsensbruk  ใช้ชีวิต Slowlife กันต่อ นั่งเรือจิบเบียร์ ชมทะเลสาป ปั่นจักรยานเพลินๆ เตรียมมุ่งหน้าไปพบ แม่ไอ้เหมียว ที่ Gothenburg  เมืองท่าเรือที่สวยและใหญ่ที่สุดใน Sweden แรกๆไอ้เหมียว มันบอกว่าแม่มันมีเรือ ไปกันนอนในเรือนะ ไอ้เราก้อเออ ออ กูมาทั้งนี่แล้วนิ จะนอนไหนไปได้หมด อย่าทิ้งกูละกัน 5555

g01

ร่ำลา พ่อตา แล้วจับรถไฟ ต่อไป Gothenburg

เรือที่มันว่าของมันนั้นเป็นเรือใหญ่ ไฮโซ มากมาย มีระเบียง มีเตียง มีครัว เรือบ้านย่อมๆ ใหญ่สุดในแถบนั้นก็ว่าได้ เรียกว่า เก๋าเอาเรื่อง ^^

g02

อีกทั้งตอนแรกป๋า แกจะพาล่องน้ำไป เดนมาร์ก โอ้ววว ไกลไป้….เลยเอาแค่ออกเรือไปตกปลาพอ ตกมาได้ 4ตัวเลยนะ Swedish Fish  แม่งโง่มาก ตกแบบไม่มีเหยื่อ แม่งดันแดกเสย…5555 เรียกว่า โคตรร “Fucking SlowLife” กันเลยทีเดียว Sweden ถึงแม้ว่ามันติดทะเล แต่อาหารทะเลบ้านมัน มื้อนึงนี้จนแน่นอน  ใช้ชีวิตชาวเล เดินดูพวกบ้าแดด เล่นน้ำตามชายหาดกันพอประมาณ มีซ้อมวิ่งนิดหน่อย เพื่อเตรียมแข่งในวันอาทิตย์….

g03

อยู่นี่มา 2 คืน ได้เวลาเดินทางต่อ เข้าเมือง ไปแข่ง Stockholm Triathlon จุดหลักของ Trip นี้ของผม…

Stockholm City! บ้านเมืองเก่าๆ style สแกนดิเนเวีย  สวย มีพลัง และที่สำคัญอากาศกำลังดี ไม่หนาวมาก [หรือว่าผมผ่าน Norway ที่แม่งหนาวๆ มาก่อนก็ไม่รู้]… แรกๆ ผมกังวลมาก ว่าผมจะว่ายน้ำใน ความเย็นอารมเหมือนน้ำในตู้เย็นได้มั้ย [ประมาณ 15-18 องศา] แต่พอดีผมซื้ออาวุธใหม่มา wetsuite! และซ้อมใส่ ซ้อมถอด ลงว่ายในทะเลสาป บ้านพ่อและ ทะเลที่บ้านแม่มาพอควร เลยค่อนข้างมั่นใจหน่อย แต่ความกังวลอันใหม่คือ  จักรยาน! ผมไม่ได้เอาจักรยานมาด้วย เพราะค่า load ขึ้นเครื่องแพงมาก เลยมาหาเอาดาบหน้า หาเช่าเอาก็ได้

f01

แต่….ชิบหายแล้ว  จักรยานตัวTop [เสือหมอบ] ที่ดูๆไว้ กะจะมาเช่าเอาที่นี่ นั้นหมดทุกร้านใน Stockholm เพราะ การแข่งที่กำลังจะมีขึ้นได้รับความนิยมโคตรๆ เซ็คดูในเว็บเค้า คนลงทะเบียน 4,000 คนเต็ม! ไอ้เหมียวได้ทำการ search อย่างหนักหน่วงทั่วทั้ง Stockholm เหลืออยู่ร้านเดียวและเป็น size ใหญ่กว่าตัวเองนิดนึง หนัก! เพราะเหล็กล้วนๆ เก่า! เพราะมันผ่านศึกมาอย่างหนักหน่วงตั้งกะปี 2007 เกือบทุกปี ยันจนปัจุบัน  โดน แซวว่าเป็น “Iron Horse” แต่เอาวะ ถือว่าเล่นสนุกๆ ครั้งแรกในชีวิตบนสนามยุโรป

f02

เท่าที่เซ็ค ผมเป็นคนเดียว ที่มาจาก Thailand  จาก 4,000 คนโอ้วววว โคตรเท่เบยยยย….เดินหา ซื้อ ธงชาติไทย ทั่ว Stockhlom กะจะเอามาเดินถือตอนเข้าเส้นแบบหล่อๆ ^^ ตอนแรกอยากได้ธงใหญ่กว่านี้เอาให้เบ้งๆ เลย แต่เมียด่า..เพราะมันแพงแอบเซ็งเหมือนกัน แต่ก้อช่างเหอะ T_T

t01

แกงค์เราที่จะลงแข่ง มี 3 คน q-o-o-p, Magnus และ Gustaf   ไอ้ Mio ไม่ลงเพราะเจ็บไข่ เฮ้ย เจ็บเข่า…..

Magnus ผมเรียกมันว่า “Hipster Triathlon” ดูทรงสิ ^^ ลงไตรครั้งแรก แต่วิ่งมาราธอนมาหลายครั้งแล้ว ผ่านการแข่งสกี 90 โลมาแล้ว เป็นนักกีฬาว่ายน้ำอีก  ส่วน Gustaf  เล่นไตรมาสัก 1 ปีละ ผ่านสนามใน ไทยเรามาหลายสนามเหมือนกัน

วันแข่ง คนแม่งเยอะมาก ไม่เคยเจองานที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน 4,000 คน ถือว่า ผู้จัด manage เก่งมาก แต่อย่างว่า เค้าจัดงานระดับโลกนิ ปล่อยตัวลงน้ำ ทีละ 200 ได้มั่ง เป็นรอบๆ  ผมปั่นจักรยานเสร็จ ยังได้ยินเสียงปล่อยตัวลงว่ายน้ำอยู่เลย

จัดแจงเตรียมข้าวของที่จะใช้ในการแข่ง สงบสติอารมณ์ ถ่ายรูปเล่น ไปเรื่อย รอปล่อยตัวตอน 8.30 ซึ่งอากาศค่อนข้างดี ไม่หนาวมากเท่าไร แต่ในน้ำนี่ดิ ต้องรอลุ้นกันอีกที ^^

t03

8.30  เริ่มจะปล่อยตัว ผมตื่นเต้นมาก และแม่ง ดันปล่อยตัวในน้ำอีก คือมันจะให้ลอยคอในน้ำ อยู่สักพัก แล้วจะยิงปืนปล่อยตัว ตอนที่กระโดดลงไปนั้น โคตรรรรรพ่อหนาวววว มือ ตีน แม่งชาไปหมด ยิ่งหัวนะ ไม่ต้องพูดถึง มันชาเพราะเราตื่นเต้นก็เป็นได้ แต่ผมว่ามันหนาวมากกว่า..นี่ขนาดมันบอก Summer นะเนี้ย มี ฝรั่งบางคนไม่ใส่ Wetsuite อยากจะถามผิวหนังมึงทำด้วยอัลไล..[แต่ไอ้เหมียวบอกว่า พวกนี้อาจจะลงไตร ครั้งแรก เลยไม่อยากจะเสียเงินซื้อ..เลยทนๆ เอา] แล้วยิ่งมันจะมีดีเจ เปิด sound แบบ เร้าอารมณ์ด้วย แม่งยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่

t05

ปุ้ง!!! ปล่อยตัวเริ่ม ตามปกติครับ ยังกะว่ายอยู่ใน เครื่องซักผ้า มือตีน ฝรั่งมาเต็ม แต่ผมใช้ เทคนิค ว่ายกบ ถีบทุกคนรอบข้างให้ออกไปไกลๆตัวก่อน ถ้าทางโล่งค่อยว่าย ฟรีสไตล์ พอมันเริ่มเข้ามาใกล้ ก็เปลี่ยนเป็นท่ากบถีบมันออกไปอีก ^^

แรกๆ เตรียมตัวมาว่ายให้ดีและเร็วที่สุด เท่าที่จะว่ายได้ แต่่พอลงไปในน้ำ วิวจากจุดที่ผมว่ายอยู่นั้น มันสวยมาก เห็นเมืองเห็น TownHall เห็น stockhlom ในแบบเราอยู่ในน้ำ ผมเลยเปลี่ยนแผนมาว่ายกบไปเรื่อยๆ ชมวิว สบายๆ [นึกถึง นเรศ ถ้ามาด้วยกัน นเรศคงเสพวิวได้อย่างเต็มอิ่ม เพราะนเรศเป็นเพื่อนเล่นไตร ด้วยกันที่ว่ายกบได้แบบหัวไม่เปียกน้ำ….^^] วิวจากในน้ำ มันสวยจะไม่อยากจะขึ้น แต่ มือ เท้า เริ่มปวดจากความเย็นถึงขนาดตีขาไม่ค่อยได้ จึงต้องทิ้งวิวแบบนั้นไปแบบเสียดายโคตรๆ

t04

มาถึง คิวจักรยาน เหยดดดดดดด อย่างที่คาดไว้ ความชิบหายบน Iron Horse  ด้วยความที่ Stockholm มันเป็นเกาะ เป็น ภูเขาไง เนินแม่งเยอะชิบหาย มุดอุโมงค์ ขึ้นสะพานกันเป็นว่าเล่น บวกกับลมที่ถาถมเข้ามา เรียกว่า”หนักข้อ!” กันเลยทีเดียว โดนแซงยับ คน Swedish แม่งปั่นจักรยานขึ้นเนินกันเป็นชีวิตประจำวันกันอยู่แล้วไง แล้วพวกที่มาแข่งนี้แม่งก็ซ้อมกันมาเยอะด้วย ไอ้เราเพิ่ง ฟื้นจากชีวิต SlowLife ทั้งเบียร์ ทั้ง wine เอาแค่ ชมวิวไปเรื่อยๆ ละกัน ^^ 50 โล นั้นประทับใจ ผสม ปวดร้าว…..แทบอยากจะร้องไห้ รู้งี้ยอมแบก ปู่ Merckx คู่กาย มาด้วยก้อดี T_T

t06

จบชีวิตบนม้าเหล็กอย่างแสนสาหัส ไม่เคยปวดขาตอนปั่น เท่าครั้งนี้มาก่อน  จังหวะนั้นไม่ต้องถามถึง Magnus กับ Gustaf  มันไปไกลแล้ว ลาก่อย เจอกันที่เส้นชัยเบย

t07

มาต่อวิ่ง…เหมือนเดิมครับ ภูเขา เนิน ลม แม่งมาครบแถวปวดขาแล้วด้วย พลังตอนนี้ คาดว่าเหลืออยู่แค่ 20% แต่ที่อดทนวิ่ง เพราะ วิว และ คนที่มาเชียร์ ครับ  วิวนี่สวยมาก มันวิ่งในเส้น เมืองเก่า Gamla Stan วิ่งผ่านทะลุ วัง โบสถ์เก่า ซอยเก่า โคตรฟิน!

t09

และที่ผมชอบมากคือ กองเชียร์ครับ เพียบสองข้างทาง เพราะมันเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นบาร์เก่า เป็นคาเฟ่ เป็นสวนสาธาณะ พ่อแม่พาเด็กๆ ออกมาเที่ยว คนบ้าแดด แม่งออกมาเดินชมเมือง แถมคนเมาแม่งเริ่มกันตั้งกะหัววัน  ผมเอาธงไทยติดหลัง ตอนวิ่งไปด้วย กองเชียร์ ตะโกน Thailand! Thailand! กันสนุกมากๆ เด็กๆ ยื่นมือมาให้ตี เชียร์ให้เราสู้ๆ  มันเป็นอารมณ์ ที่โคตรรรรฟินครับ แม้จะทรมานขนาดไหนก็ไม่อยากให้วิ่งจบครบระยะ “สุขสุดๆ”

t08

ตั้งเป้าไว้ให้จบก่อน 3ชั่วโมงครึ่ง แต่ทำได้ 3.28 เร็วกว่าคาด 2 นาที T_T แค่นี้ก้อดีใจละครับ คุ้มกับบรรยายกาศ ไม่เสียใจที่ตัดสินใจมา [แต่เสียตังค์ไปเยอะ T_T]

และนั่นละครับ World Triathlon Stockholm 2015 ของผม

หลังจากแข่งเสร็จ เหลืออีก 1 อาทิตย์ ย้ายไปพักตามบ้านเพื่อนต่างๆที่ ไอ้เหมียวพอจะฝากให้ผมหลับซุกหัวนอน ใน Stockholm ได้

l01

ผมใช้เวลาเดินเล่นรอบๆ ชมเมือง เรียกได้ว่า ทุกซอกทุกมุมจริงๆ เลยครับไปแม่งทุก zone วันๆนึง เดินไม่ต่ำกว่า 17 โล ขึ้นรถใต้ดิน ลงเรือข้ามเกาะ ไปนู้นมานี่  เดินล้วนๆ ไม่เน้น shopping ไม่เน้นกิน เพราะตังค์ไม่มี พอเห็นของที่อยากได้ต้องตัดใจ เพราะแม่งแพงมากก…

l02

ตัดใจไม่เข้า museum เพราะดูๆแล้วมันก็เฉยๆ อีกอย่าง คราวนู้นที่มา ดูไปหลาย museum ไปแล้วด้วย  เอาเงินมาซื้อบัตรรถไฟ รถเมล์ แล้วเดินเล่นดูเมืองดีกว่า เขมมิกาอยากไปนี่ Roof top hiking แต่ราคา แม่งคนละ เกือบ 3,500 และแค่ 1 ชั่วโมง ผมเลยทำใจจ่ายไม่ได้ T_T

สำหรับของฝาก…เลยได้แค่ “รูป” นะจ๊ะ ^^

l03

l08

l04

l05

ผมฝากท้องไว้ตามร้านอาหารไทยใน Stockholm  ปกติ อาหารไทยที่นู้น แพงครับ ตกอยู่ราวๆ 70-100 Kr = เงินไทย 200-500 บาท แล้วแต่ location ของร้านนั้นๆ ถ้ากินรอบนอกเมืองจะ ok กว่า เทคนิค คือ ดูก่อนว่า ร้านนั้นคนไทยทำให้เรากินจริงมั้ย เพราะบางร้านมันจะเป็นคนชาติอื่น เป็นจีนบ้าง เป็นเวียดนามบ้าง แล้วแต่ ซึ่งไม่อร่อยเลย น้ำมันเยอะ และ พวกผักมันใส่มั่วๆ แต่ถ้าร้านคนไทยเราผัด อร่อยครับ ครบเครื่อง ผมนี่เดินเข้าไปขอเค้าเลยครับ  “พี่จ๋าขอข้าวผมกินหน่อยยยย ขอเยอะเลยนะจ๊ะ แบ่งกันกิน เงินไม่มีแล้ว” ทุกครั้ง ไม่เคยอายครับ ^^  ด้าน..ได้ อาย..อดแดก!  อย่างที่รู้ๆ ครับ คนไทยเราใจดี ^^

ข้าว ผัก ไก่ หมู ข้าว ไข่ดาว มาเต็ม แถมโค๊ก ซึ่งแม่งตกกระป๋องละ 100 ให้ด้วย! ฝรั่งมองหน้าเลย ^^

นี่แหละ “Thai Power!’ 200 บาท กินได้ 2 คน ประหยัดไปได้เยอะ!

f01

อีกร้านนอกเหนือจาก ร้านอาหารไทย คือ  Vapiano อารมณ์ ร้านเหมือน food court ที่มีแต่ Pasta, pizza และ สลัด อร่อยและคุ้มมาก  เหมือนเดิมครับสั่งจานเดียวแบ่งกับเมียกิน ^^ พนักงาน หน้าตาน่ารัก ทุกคนอยากจะเอากลับบ้าน คิดในใจ “Do You want Thai ฺBoy?” ……….

f02

มา Stockholm ครั้งนี่ เห็นเยอะกว่าคราวที่แล้วมากๆ เพื่อนๆสวีเดนบอกกับผมว่า โชคดีมาก เพราะ อากาศ summer ของสวีเดนนั้นจะดีแค่ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผมอยู่ คือแดดออกแต่มีลมหนาว และตกดึกแม่งก็หนาวมากอยู่ดี มันเป็นประสพการณ์ ที่เดินเมื่อยขาโคตรๆ ถามมาเหอะ จะไปไหนใน Stockholm ผมว่าผมบอกได้พอประมาณ ^^

Tack! a Ton to Mio and  Gustaf for invite to Sweden alway fucking love you in the way i am ^^
Tack! to Coller and Suzette for every support i will give you back soon just come to Bangkok!

l09

Tack så mycket to Dad, Mom and Paa for best SlowLife style ever
Tack! all friend to give Me and Kemmika a million experience..

l07

We will be back soon! [by the way if U don’t want  hahahahah]

 English Soon!….. please do not use Google translate is Suck!